มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

จินมู่ตี้

สนาม: Jiujiang Media Network

บทนำ: ศาลจังหวัดขอนแก่นตั้งสำนวนคดีฟัน เปรี้ยว กับพวก ละเมิดอำนาจศาล หลังเกิดภาพหลุดแช้ตกับบุคคลภายนอกระหว่างการพิจารณาคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋มเมื่อบ่ายวันที่ 13 มีค ชี้มีโทษทั้งจำและปรับ ที่ห้องประชุมชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เวลา 1030 น วันที่ 27 มีนาคมนี้ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่โลกออนไลน์แชร์ภาพหลุดแช้ตของ นสปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว จำเลยที่ 1 ในคดีฆ่าหั่นศพ นสวริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม หมายเลขดำ 1957/2560 ของศาลจังหวัดขอนแก่น กับเพื่อนคือ นสกวิตา ราชดา หรือเอิร์น จำเลยที่ 2 ซึ่งปรากฏภาพสวมชุดนักโทษ และ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ จำเลยที่ 3 ที่ได้รับการประกันตัว นายสราวุธกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 4 เกี่ยวกับข้อเท็จจริง และตรวจสอบพบว่าเป็นภาพถ่ายภายในห้องพิจารณาคดี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มีค2561 มีการส่งภาพและข้อความแช้ตกันต่อมา ในส่วนการดำเนินการนั้น อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 4 ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ถ้อยคำ รวมทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้องพิจารณาคดี พบว่ามี นสปรียานุช จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัว กับจำเลยที่ 3 ซึ่งได้รับการประกันตัว เป็นผู้นำโทรศัพท์เข้าไปถ่ายภาพและส่งข้อความดังกล่าว จึงมีการเรียกทนายความมาแจ้งเตือนการห้ามใช้โทรศัพท์ในห้องพิจารณา นายสราวุธกล่าวว่า ขณะนี้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดขอนแก่นได้ตั้งสำนวนคดีละเมิดอำนาจศาล หรือการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลแล้ว โดยศาลจะออกหมายเรียกให้ นสจิดารัตน์ จำเลยที่ 3 มาไต่สวนต่อไปในช่วงเดือน เมยนี้ ส่วนจำเลยที่ 1 และ 2 สามารถเบิกตัวจากเรือนจำมาไต่สวนได้อยู่แล้ว สำหรับคดีละเมิดอำนาจศาลมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ต้องเรียนให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า บริเวณศาลเป็นพื้นที่ห้ามถ่ายภาพและบันทึกเสียง เว้นแต่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาแล้วแต่กรณี ผู้สื่อข่าวถามถึงผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ นายสราวุธระบุว่า จำเลยที่ 1, 2 และ 3 เกี่ยวข้องแน่นอน เมื่อศาลตั้งสำนวนไต่สวนแล้ว ถ้ามีใครเกี่ยวข้องก็จะพิจารณาวินิจฉัยดำเนินการต่อไป ส่วนเจ้าหน้าที่ศาลนั้นไม่เกี่ยวข้องด้วย และยังได้ตักเตือนห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในห้องพิจารณาแล้วด้วย ด้านนายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ข้อหาละเมิดอำนาจศาลนั้นเป็นการคุ้มครองคู่ความในคดี จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เมื่อมีการฝ่าฝืนเกิดขึ้นก็มีการตั้งสำนวนเพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริง...

โพสต์หลักเหยาหยู

สนาม: สถานีโทรทัศน์เฮยหลงเจียง

บทนำ: บิ๊กตู่ ปัดใช้ ม44 ปราบโกง ยันสอบ กองทุนเสมาฯ-เงินคนจน กฎหมายปกติเอาอยู่ ขันนอตบทลงโทษทุจริตเข้มงวดขึ้น เผยแค่มีกลิ่นสอบเบื้องต้น 30 วัน สั่ง ดอง-ย้าย-ไล่ออก ได้ทันที พร้อมห้ามกลับตำแหน่งเก่าระยะ 3 ปี ประเดิมโชว์เชือด 13 ตำรวจ 1 ผอโรงเรียน พม จ่อลงดาบโกงเงินคนไร้ที่พึ่งล็อตแรก ซี 7-8 จำนวน 5 คน อนันตพร ฟุ้งถอนรากถอนโคนวงจรคอร์รัปชันหมดภายใน 2 เดือน เมื่อวันอังคาร พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณี พลออประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมวยุติธรรม ระบุจะใช้มาตรา 44 กับข้าราชการที่ทุจริตในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการว่า ในที่ประชุม คสชตนให้แนวทางในเรื่องการพิจารณาบทลงโทษการทุจริตที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยออกมาตรการต่อต้าน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้กับรัฐบาล เพราะ คสชมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญเสนอมาตรการให้รัฐบาลปฏิบัติ เช่น กรณีที่มีข้อร้องเรียนมา ก็ให้ต้นสังกัดตรวจสอบขั้นต้นภายใน 7 วัน และให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ถ้ามีมูลก็ปรับย้ายออกมาก่อน ถ้าร้ายแรงก็ย้ายมาที่สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และรัฐวิสาหกิจ และถ้าผิดจริงก็จะมีทั้งเรื่องวินัย คดีอาญา และแพ่ง แต่ถ้าไม่ถึงขั้นไล่ออก ก็กำหนดห้ามปรับย้ายสูงขึ้น หรือเทียบเท่าตำแหน่งเดิมขึ้นบัญชีไว้ 3 ปี ไม่เช่นนั้นจะไม่กลัวกัน ไม่ใช่พอตรวจสอบเสร็จก็กลับมาใหม่อีก ต่อไปนี้ไม่ให้แล้ว ส่วนอีกเรื่องคือการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เกิดประสิทธิผล ไม่ตรงตามนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาเกียร์ว่าง วันนี้จะเข้มงวดทั้งหมด ไม่เช่นนั้นสื่อและสังคมไม่ไว้วางใจ และปัญหาจะกลับมาที่รัฐบาลอีก พลอประยุทธ์กล่าว นายกฯ กล่าวถึงปัญหาทุจริตกองทุนเสมาฯ ว่า จะไม่ใช้ ม44 แก้ปัญหา เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เข้มงวดขึ้น ซึ่งขั้นตอนแรกเป็นเรื่องของกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วันและ 30 วัน อีกขั้นเป็นเรื่องของกรรมการสอบสวนในเรื่องวินัยว่าควรจะย้ายออกหรืออยู่ในกระทรวง จากนั้นเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย คดีอาญาและแพ่ง เช่น กรณีการทุจริตเงินผู้ไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือกรณีของกระทรวงศึกษาธิการ มีคณะอนุกรรมการสามัญ (อกพ) ประจำส่วนราชการระดับกระทรวงดำเนินการอยู่ ซึ่งอาจจะให้ออกจากราชการไว้ก่อนก็ได้ ถามว่า กรณีทุจริตกองทุนเสมา คิดว่าเป็นขบวนการใหญ่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาตรวจสอบอยู่ ประเด็นคือทำไมอยู่นานนัก ตนก็ไม่เข้าใจตรงนี้เหมือนกัน แต่เขาบอกว่ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว คราวนี้ก็ต้องไปสอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ถึงใครก็ถึงคนนั้น รัฐบาลก็เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบให้เร็วขึ้น เอาหน่วยงานภายนอกไปตรวจสอบด้วย มีทั้ง ศอตช, ปปช, ปปง, ปปท และถ้าจำเป็นก็มี ม44 ประเด็นสำคัญผู้ที่มีความมัวหมองในเรื่องทุจริต หรือเรื่องอื่นทุกกรณีที่มีผลกระทบ อย่างการค้ามนุษย์อะไรต่างๆ เราจะไม่มีการปรับย้าย 3 ปี ถ้ามีคดีอาญาก็เอาออกไป ให้มีความเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น เวลา 3 ปีไม่ใช่เบา ปรับย้ายไม่ได้ก็ลอยอยู่อย่างนั้น ถ้าผิดก็เอาออก วันนี้ตัวอย่างอันแรกข้าราชการตำรวจอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ ระดับ พตอลงมาและผู้อำนวยการโรงเรียนรวม 14 ราย ย้ายมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และจะพิจารณาต่อว่าจะให้ออกจากราชการหรือไม่ นายกฯ กล่าว ขณะที่ พลออนันตพร กาญจนรัตน์ รมวการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) กล่าวถึงผลการตรวจสอบทุจริตเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของ พมว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น 59 ศูนย์ พบการทุจริต 21 ศูนย์ ไม่พบ 8 ศูนย์ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 30 ศูนย์ โดยศูนย์ที่ตรวจพบการทุจริตนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมาเป็นล็อตๆ ซึ่งล็อตแรกตรวจสอบเสร็จแล้ว รายงานผลมาให้ทราบเบื้องต้น พบข้าราชการระดับ 7 และ 8 เกี่ยวข้องจำนวน 5 คน โดยจะพิจารณาลงโทษให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ส่วนล็อตที่ 2 จะทยอยได้ข้อสรุปและลงโทษต่อไป ถามว่า ที่พบทุจริตสามารถเชื่อมโยงไปถึงปลัดและรองปลัด พม ที่ถูกมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้หรือไม่ พลออนันตพรกล่าวว่า มีการให้การเชื่อมโยงทั้งหมด เพราะการทุจริตครั้งนี้มีทั้งเจ้าตัวปฏิบัติเอง และมีการสั่งให้ปฏิบัติ รมวพมยอมรับเรื่องที่นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ออกมาระบุการทุจริตเริ่มตั้งแต่การวิ่งเต้นตำแหน่งเพื่อให้ได้ลงไปทุจริตในพื้นที่มีส่วน ซึ่งข้อมูลจากทุกหน่วยตรงกัน ถือเป็นวงจร ภายใน 2 เดือนนี้จะตัดวงจรแบบถอนรากถอนโคน ผิดหวังในสิ่งที่พบ ซึ่งขัดแย้งกับชื่อกระทรวง แต่คนดีเขาก็ยังมี คนไม่ดีต้องลงโทษกันไป ใครไม่ดีต้องลงโทษ ใครที่ดีต้องให้ก้าวหน้า คนในกระทรวงคงเข้าใจช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤติของกระทรวง โดยวันที่ 28 มีค จะมีการประชุมเรื่องยุทธศาสตร์การฟื้นฟูภาพลักษณ์กระทรวง ใครมีข้อมูลขอให้เอามาให้โดยเร็ว เรื่องจะได้จบ ไม่ต้องกลัวผู้บังคับบัญชาจะกลับมาใหม่แล้วลงโทษตัวเอง ยืนยันเราเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ นายกฯ กำชับในที่ประชุม ครมให้เอาจริง โดยการตรวจสอบทั้งหมดจะยังใช้กฎหมายปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 รมวพมกล่าว วันเดียวกัน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมร่วมระหว่าง คสชและ ครมกรณีมาตรการการป้องกันและปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการว่า คสชได้เสนอแนวทางมาตรการการป้องกันและปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการแก่รัฐบาล ซึ่ง ครมมีมติเห็นชอบ โดยมีรายละเอียดคือ ที่ผ่านมาเมื่อมีการร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบ ขอให้หน่วยงานราชการโดยเฉพาะหัวหน้าหน่วยงานนั้นๆ เริ่มต้นการตรวจสอบโดยทันที โดยกำหนดเวลาให้เริ่มต้นการตรวจสอบภายใน 7 วันนับแต่ได้รับข้อมูล และดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากพบข้อมูลเบื้องต้นที่ทำให้พอเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ให้หัวหน้าหน่วยงานราชการดังกล่าวพิจารณาการดำเนินการ ปรับย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว หากเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงอาจหมุนเวียนอยู่ในกระทรวงเดิม แต่หากเป็นเรื่องที่มีความร้ายแรง หรือหากยังอยู่ในกระทรวงเดิม อาจส่งผลต่อพยานหลักฐาน ให้ปรับย้ายออกจากกระทรวงเดิมไปหน่วยงานอื่น อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันมีการเปิดตำแหน่งรองรับตำแหน่งข้าราชการระดับสูง 100 ตำแหน่ง เช่นเดียวกับพนักงานในรัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรมหาชน จำนวน 50 ตำแหน่ง พลทสรรเสริญกล่าว โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากตรวจสอบพบมีหลักฐานชัดเจนจนสามารถชี้มูลความผิดได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นดำเนินการทางวินัยทันที โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญาแต่อย่างใด และหากมีข้อมูลที่สามารถส่งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช) สามารถรับไปดำเนินการทางคดีอาญาได้ ขอให้ดำเนินการโดยทันที ช่วงค่ำ พลอประยุทธ์ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 73/2561 เรื่อง ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยที่การค้ามนุษย์เป็นปัญหาสำคัญร้ายแรงที่รัฐบาลกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องป้องกันและปราบปรามอย่างเฉียบขาด โดยเมื่อมีเรื่องร้องเรียนหรือตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนกระทำความผิด จึงต้องดำเนินการทางวินัยและทางอาญาโดยเร็ว เพื่อให้การดำเนินการความถูกต้อง เป็นธรรม พยานกล้าเปิดเผยข้อเท็จจริงและนำหลักฐานมาแสดง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (3) และ (4) แห่ง พรบระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พศ2534 นายกฯ จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจและข้าราชการอื่น รวม 14 ราย ที่รายงานเบื้องต้นว่ามีส่วนกระทำความผิดดังกล่าว มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีในระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงและการดำเนินการทางวินัย โดยความผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือทางอาญา โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และให้อยู่ในการกำกับดูแลของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน) ขณะเดียวกันให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) หรือหน่วยงานต้นสังกัดโยกย้ายข้าราชการเหล่านี้ออกจากตำแหน่งเดิมไปสู่หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องการค้ามนุษย์ โดยไม่เลื่อนตำแหน่งหรือยศสูงขึ้น จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกฯ เป็นประการอื่น ประกอบด้วย 1พตอนคร พักไพโรจน์ ผกก (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บกสสภ4 2พตอพิศุทธิ์ ศุกระศร รอง ผบกอกภ7 3พตตกิตติชัย โถวิเชียร สวสสสภขมิ้น จสกลนคร 4รตอหญิง จริยาภรณ์ พ่วงพี่ดี รอง สว (สอบสวน) สภเมืองกาญจนบุรี 5รตทยุทธพล อนันตวิเชียร ฝ่าย ตมขาออก ด่าน ตมทอสุวรรณภูมิ บกตม2 6รตทสมปอง หีบแก้ว รอง สวกกสืบสวน 3 บกสสภ4 7รตทสุรศักดิ์ ชาญขุนทด รอง สว (สส) กกสืบสวน 1 บกสสภ3 8รตตกัมปนาท สาเกทอง รอง สว (ป) สทท 2 กก1 บกทท1 9ดตวชัยรัตน์ มงคลเคหา ผบหมู่ ตมจวเลย บกตม4 10ดตสมศักดิ์ หวังมีสุข ผบหมู่ กกสส2 บกสสบชน 11ดตอนันต์ สมศรี ผบหมู่ (ป) สนฉลองกรุง 12ดตอภินันท์ แก้วผล ผบหมู่ สรฟนพวงศ์ กก1 บกรฟ 13จสตวโรดม วรพันธ์ ผบหมู่ งานสายตรวจ 3 กกสายตรวจ บกสปพและ 14นายเจริญ ศรีพรม ผอโรงเรียนบ้านนาน้อย อภูเรือ จเลย

ลอตเตอรี่ ประจำ วัน ที่ 16
vdb | <动态当天时间> | อ่าน(38) | แสดงความคิดเห็น(716)
ภาพกราฟฟิกของเทียนกง 1 เครดิตภาพ China Manned Space Agency【อ่านข้อความเต็ม】
4bl | <动态当天时间> | อ่าน(995) | แสดงความคิดเห็น(987)
27 มีค61- พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณีที่ พลออประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมวยุติธรรม ระบุจะมีการใช้มาตรา 44 กับข้าราชการที่ทุจริตในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการว่า ไม่ใช้ม44 เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เข้มงวดขึ้น ซึ่งขั้นตอนแรกเป็นเรื่องของกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วันและ 30 วัน อีกขั้นเป็นเรื่องของกรรมการสอบสวนในเรื่องวินัยว่าควรจะย้ายออกหรืออยู่ในกระทรวงฯ จากนั้นเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย คดีอาญาและแพ่ง เช่น กรณีการทุจริตเงินผู้ไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือกรณีของกระทรวงศึกษาธิการ มีคณะอนุกรรมการสามัญ(อกพ) ประจำส่วนราชการระดับกระทรวงดำเนินการอยู่ซึ่งอาจจะให้ออกจากราชการไว้ก่อนก็ได้【อ่านข้อความเต็ม】
toc | <动态当天时间> | อ่าน(398) | แสดงความคิดเห็น(728)
27 มีค61- นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีพลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบตรระบุว่าพวกตั้งข้อสังเกตคดีเสือดำ ว่างงานหรอ? นายตระกูลโพสต์ว่า- ผมไม่ได้ว่างงาน!!!(ผมมีงานทำแต่ตอนนี้ พักระหว่างงานจัดสัมมนาฯ ระหว่างประเทศ๑๕ นาฑี)!!- ผมไม่ได้สงสัยหรือตั้งข้อสังเกตเพราะผมเรียนกฎหมายมา และทำงานด้านกฎหมายมานานกว่า ๔๐ ปีคิดว่ามีความรู้กฎหมายพอใช้ได้!!【อ่านข้อความเต็ม】
a9c | <动态当天时间> | อ่าน(502) | แสดงความคิดเห็น(925)
หากนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาถนนสายดังกล่าว ก็สามารถมาชื่นชมความสวยงามและถ่ายรูปดอกคูณที่กำลังเหลืองอร่ามตลอดสองฝั่งถนนไว้เป็นที่ระลึกได้ ซึ่งคาดว่าจะเบ่งบานเหลืองอร่ามไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 【อ่านข้อความเต็ม】
lsr | <动态当天时间> | อ่าน(862) | แสดงความคิดเห็น(838)
เป็นเรื่องธรรมดาที่เราแก่ตัวลง เซลล์และฮอร์โมนต่างๆ ย่อมทำงานช้าลง รวมทั้งการสร้างเซลล์สีของผมด้วย ฉะนั้นอย่าไปเครียดกับเรื่องธรรมชาตินี้นัก แต่เราก็สามารถชะลอผมขาวได้ด้วยการบริโภคอาหารที่มีวิตามินบี 12 และโปรตีน เพราะเมลานินช่วยบำรุงให้ผมดกดำเงางาม จำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับโปรตีนและวิตามินบี 12 มากเพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งโปรตีนและวิตามินบี 12 สามารถพบได้ในเนื้อสัตว์ เช่น สัตว์ปีก และสัตว์ทะเล เช่น หอย ปลา รวมถึงตับ และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นม โยเกิร์ต เนยแข็ง ส่วนใครที่ทานมังสวิรัติหรือกินเจอาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับโปรตีนและวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอ และมีผมขาวเร็วกว่าคนอื่น ดังนั้นอย่าลืมเลือกทานเนยแข็ง ถั่วเน่า หรือสาหร่ายสไปรูลินา รวมถึงวิตามินเสริม เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับวิตามินบี 12 เพียงพอนะคะ 【อ่านข้อความเต็ม】
9cj | 2021-04-20 | อ่าน(982) | แสดงความคิดเห็น(945)
สำหรับ อัลวาโร โมราตา กองหน้าสแปนิช ของ เชลซี ที่ไม่มีชื่อในเกมนี้ มีหนาว ฟอร์มกับสโมสรยังไม่ค่อยดี เจอคู่แข่งเพียบมีสิทธิตกเครื่องอดไป รัสเซีย ได้ง่ายๆ หลังเพื่อนๆในแนวรุกฟอร์มดีกันหมด อย่าง คอสตา ได้ไปบอลโลกชัวร์แน่ถ้าไม่เจ็บขึ้นมา โมราตา ต้องรีดฟอร์มขึ้นมาเพื่อแย่งกับ โรดริโก โมเรโน่ ที่ยิงเยอรมนี ได้เมื่อศุกร์ที่แล้ว กับ อัสปาส ที่่เล่นได้อย่างสุดยอดในครึ่งหลังเกมนี้【อ่านข้อความเต็ม】
tb9 | 2021-04-20 | อ่าน(354) | แสดงความคิดเห็น(482)
บิ๊กตู่ สั่งพาณิชย์ตรวจสอบรถโชห่วยบิ๊กซีผิดกฎหมายหรือไม่ 27 มีนาคม พศ 2561 เวลา 19:56 น 【อ่านข้อความเต็ม】
tia | 2021-04-20 | อ่าน(602) | แสดงความคิดเห็น(808)
ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี สุธรรม มลิลา อดีต ผอทศท แก้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ชี้ใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ เอไอเอส ในยุค ทักษิณ เป็นนายกฯ ทำองค์กรเสียรายได้ 66 หมื่นล้านบาท พร้อมสั่งชดใช้ 46 หมื่นล้าน ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา 8 แสน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนครไชยศรี มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท) ในขณะนั้น ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคำฟ้องสรุปว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ทศท ทำหน้าที่บริหารงานภายในองค์กร มีหน้าที่ปฏิบัติงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร เมื่อระหว่างวันที่ 12 เมย2544-15 พค2544 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและกรรมการ ทศท โดยตำแหน่งกระทำความผิดกฎหมายหลายบท โดยทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน (AIS) ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากำหนดว่าบริษัทเอไอเอสจะต้องลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมด และยกให้ ทศทก่อนที่จะนำไปให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ และกำหนดให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 ซึ่งทำให้ ทศทได้รับส่วนแบ่งรายได้น้อยลงจากเดิมที่ได้รับตามสัญญาหลักในอัตราร้อยละ 25-30 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาหลักกับสัญญาที่แก้ไข ทศทสูญเสียรายได้ 17,848,130,000 บาท และสูญเสียรายได้ในอนาคตถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานอีกเป็นเงิน 53,490,900,000 บาท รวมเป็นเงิน 71,339,030,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมครั้งที่ 6 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอไอเอสตามคดีหมายเลขแดงที่ อม1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุดกับ พตท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) และตามรายงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) การที่จำเลยปิดบังข้อเท็จจริงของฝ่ายบริหารผลประโยชน์ของ ทศท ได้มีความเห็นเสนอจำเลยว่า บริษัท TAC ต้องจ่ายให้ภาครัฐมากกว่าเอไอเอส จำเลยย่อมทราบข้อมูลความแตกต่างการพิจารณาการขอลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสเป็นอย่างดีแล้ว แต่มิได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ ทศททราบถึงความแตกต่าง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 จากการที่จำเลยลงนามข้อตกลงครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอส เป็นผลให้ผู้ร้องสูญเสียรายได้ คิดเป็นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ย 75 ต่อปี รวมเป็นเงิน 93,710,927,98184 บาท โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ซึ่งภายหลังศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของบริษัททีโอที ผู้ร้อง อย่างไรก็ตาม นายอำนาจ พวงชมภู อธิบดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในขณะนั้น ได้ทำความเห็นแย้งโดยเห็นควรให้ลงโทษจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเจตนาให้ AIS ได้ประโยชน์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศท มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศท ครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนน่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงมีมติเห็นชอบที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการ ทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาฯ เคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลัก เนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้ ศาลเห็นว่า หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัท TAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และ TAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอสต้องชดใช้ 46 หมื่นล้าน ที่จำเลยอ้างว่าที่ประชุมไม่มีคำถาม จำเลยจึงไม่ต้องรายงานข้อเท็จจริง นอกจากเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โดยตำแหน่งที่จำเลยดำรงอยู่นั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร สมควรแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียขององค์กรให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยในการลงนามสัญญาครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทศทได้รับส่วนแบ่งน้อยลง การกระทำที่มุ่งให้เอไอเอสได้ประโยชน์ เป็นการกระทำโดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 เมื่อการกระทำจำเลยเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบททั่วไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนจำเลยต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัททีโอทีหรือไม่ เห็นว่าแม้ทีโอทีจะไม่ได้อุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งก็ตาม แต่ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ตามมาตรา 44/1 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวได้อุทธรณ์ด้วยทำนองเดียวกัน และเมื่อข้อเท็จจริงส่วนอาญาฟังว่าจำเลยใช้อำนาจในทางทุจริต จำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินแก่ทีโอที โดยบริษัททีโอทีได้คำนวณค่าเสียหายที่ต้องขาดรายได้จากเงินส่วนแบ่งตลอดอายุสัญญาแต่ละช่วงเป็นต้นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดนำมาไต่สวนเป็นอย่างอื่น แต่ข้อเท็จจริงแม้เชื่อได้ว่าบริษัททีโอทีได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติลดอัตราส่วนแบ่งรายได้แก่เอไอเอสเป็นมติคณะกรรมการฯ จำเลยไม่ได้พิจารณาแต่เพียงลำพัง หากจำเลยต้องรับผิดเต็มจำนวนความเสียหายคงไม่เป็นธรรม จึงสมควรให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของต้นเงิน 33,030,343,36797 นับตั้งแต่วันที่ 4 กค2559 ซึ่งเป็นวันที่บริษัททีโอทียื่นคำร้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) จำคุก 9 ปี พยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี และให้จำเลยชำระเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของเงินต้น 33,030,343,36797 บาท นับตั้งแต่วันที่ 4 กค 2559 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 8 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล【อ่านข้อความเต็ม】
ufx | 2021-04-20 | อ่าน(869) | แสดงความคิดเห็น(632)
27 มีค61- นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีพลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบตรระบุว่าพวกตั้งข้อสังเกตคดีเสือดำ ว่างงานหรอ? นายตระกูลโพสต์ว่า- ผมไม่ได้ว่างงาน!!!(ผมมีงานทำแต่ตอนนี้ พักระหว่างงานจัดสัมมนาฯ ระหว่างประเทศ๑๕ นาฑี)!!- ผมไม่ได้สงสัยหรือตั้งข้อสังเกตเพราะผมเรียนกฎหมายมา และทำงานด้านกฎหมายมานานกว่า ๔๐ ปีคิดว่ามีความรู้กฎหมายพอใช้ได้!!【อ่านข้อความเต็ม】
t9d | 2021-04-19 | อ่าน(932) | แสดงความคิดเห็น(154)
28 มีค61-บรรยากาศบนถนนบริเวณบ้านหนองไผ่น้อย ตำบลชุมเห็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ทางเทศบาลเมืองชุมเห็ดได้ร่วมกับชุมชนปลูก ต้นคูณ ไว้ตลอดสองฝั่งถนนมากกว่า 200 ต้น ระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อเป็นร่มเงาและเพิ่มทรัพยากรป่าไม้ในชุมชน กำลังออกดอกเบ่งบานสะพรั่งเหลืองอร่ามสวยงามรับช่วงหน้าร้อน และช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะมาถึง สร้างความตื่นตาให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาบนถนนสายดังกล่าวเป็นอย่างมากกับความสวยงามของดอกคูณ บางคนอดใจไม่ได้ถึงกับต้องแวะลงมาถ่ายรูป เซลฟี่เก็บภาพความสวยงามของดอกคูณเหลืองอร่ามไว้เป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งถือเป็นความงามทางธรรมชาติ【อ่านข้อความเต็ม】
zoq | 2021-04-19 | อ่าน(941) | แสดงความคิดเห็น(934)
อีซาให้จับตาซากสถานีอวกาศ เทียนกง 1 ตกสู่โลกภายในไม่กี่วัน 27 มีนาคม พศ 2561 เวลา 20:54 น สถานีอวกาศเทียนกง 1 ของจีนที่หมดสภาพการใช้งานและไม่สามารถควบคุมได้มานานหลายเดือน มีโอกาสตกสู่โลกอย่างเร็วในวันศุกร์นี้ หรือภายในวันจันทร์หน้า【อ่านข้อความเต็ม】
0hv | 2021-04-19 | อ่าน(872) | แสดงความคิดเห็น(198)
ครมอนุมัติงบประมาณอัดฉีดหมู่บ้านละ 2 แสน ดันโครงการ ไทยนิยม กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมไพเขียวอีกกว่าพันล้าน หลังกระทรวงเกษตรฯ ขอขยายโคงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครมเห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในคู่มือการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน (เมย-กค61) มีเป้าหมาย 82,371 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณ หมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเงิน 16,47420 ล้านบาท นายณัฐพรกล่าวว่า สาระสำคัญคือ จำนวนโครงการในแต่ละหมู่บ้านไม่เกิน 2 โครงการ ให้ดำเนินการเองหมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ลักษณะโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงจะต้องเป็นโครงการที่น้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และต้องเป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนด้วย อย่างไรก็ตาม จะต้องจ้างแรงงานในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณ และจะต้องดำเนินโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 กค2561 โดยห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชน และห้ามไปดำเนินการแจกจ่ายเป็นเงิน หรือสิ่งของให้กับประชาชนในครัวเรือนกู้ยืม พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รมวมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภาพรวมโครงการไทยนิยม ยั่งยืนว่า จากการพูดคุยส่วนใหญ่ประชาชนต้องการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน แต่การจะนำมาทำแผนงานโครงการต้องทบทวนอีกครั้ง โดยคาดว่างบประมาณจะได้ในเดือน เมยนี้ เวลานี้ก็ดูแผนงานที่ประชาชนต้องการและเกิดประโยชน์มากที่สุด ยืนยันว่าการพิจารณาแผนงานโครงการต่างๆ จะมีทั้งส่วนราชการ ภาคประชาชน สถานศึกษาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้โปร่งใสและประชาชนได้รับประโยชน์ที่สุด และภาพรวมการลงพื้นที่โครงการดังกล่าวถือว่าดี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะประมวลภาพรวมแล้วรายงานต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ว่า ครมมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอเสนอทบทวนมติ ครม เพื่อขอขยายเวลาโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งหลังนาปี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ กค2560 - มิย2561 มีหลักการให้เกษตรกรในพื้นที่ 31 จังหวัด ในภาคเหนือ กลาง อีสาน ตะวันตก และตะวันออก ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นดิน และน้ำไม่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะอุดหนุนให้ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ทั้งหมดจำนวน 7 แสนไร่ กระทรวงเกษตรฯ ขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการออกไป เนื่องจากปัจจุบันมีการดำเนินการได้ 6 แสนไร่ และขอปรับเปลี่ยนจังหวัดดำเนินโครงการ จาก จอุดรธานี และ จลพบุรี เปลี่ยนเป็น จหนองคาย และ จฉะเชิงเทรา เนื่องจากสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอใช้งบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางปี 2561 และมีงบดำเนินงาน 21 ล้านบาท พลทสรรเสริญกล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
xb8 | 2021-04-19 | อ่าน(56) | แสดงความคิดเห็น(857)
สำหรับการพัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิตอลที่ไม่มีตัวกลาง ผ่านระบบการกู้ยืมเงินแบบดิจิตอลบนเทคโนโลยี บล็อกเชน มีความปลอดภัยสูง ตั้งแต่การระบุตัวตน การอนุมัติสินเชื่อ และการติดตามหนี้สิน เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการบริการด้านสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ขยายตลาดและเข้าถึงประชากรได้อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารหรือการให้บริการทางการเงิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพอร์ตสินเชื่อบริษัท เจ ฟินเทค จำกัด อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปี 62 ลดเหลือ 1% จากสิ้นปี 60 ที่ 6% 【อ่านข้อความเต็ม】
jyl | 2021-04-18 | อ่าน(273) | แสดงความคิดเห็น(862)
ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 6 ปี สุธรรม มลิลา อดีต ผอทศท แก้สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ชี้ใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ เอไอเอส ในยุค ทักษิณ เป็นนายกฯ ทำองค์กรเสียรายได้ 66 หมื่นล้านบาท พร้อมสั่งชดใช้ 46 หมื่นล้าน ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา 8 แสน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนครไชยศรี มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีคที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุธรรม มลิลา ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท) ในขณะนั้น ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคำฟ้องสรุปว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ทศท ทำหน้าที่บริหารงานภายในองค์กร มีหน้าที่ปฏิบัติงานก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร เมื่อระหว่างวันที่ 12 เมย2544-15 พค2544 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและกรรมการ ทศท โดยตำแหน่งกระทำความผิดกฎหมายหลายบท โดยทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน (AIS) ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากำหนดว่าบริษัทเอไอเอสจะต้องลงทุนอุปกรณ์ทั้งหมด และยกให้ ทศทก่อนที่จะนำไปให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ และกำหนดให้เอไอเอสจ่ายส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 ซึ่งทำให้ ทศทได้รับส่วนแบ่งรายได้น้อยลงจากเดิมที่ได้รับตามสัญญาหลักในอัตราร้อยละ 25-30 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาหลักกับสัญญาที่แก้ไข ทศทสูญเสียรายได้ 17,848,130,000 บาท และสูญเสียรายได้ในอนาคตถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทานอีกเป็นเงิน 53,490,900,000 บาท รวมเป็นเงิน 71,339,030,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมครั้งที่ 6 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอไอเอสตามคดีหมายเลขแดงที่ อม1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุดกับ พตท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) และตามรายงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) การที่จำเลยปิดบังข้อเท็จจริงของฝ่ายบริหารผลประโยชน์ของ ทศท ได้มีความเห็นเสนอจำเลยว่า บริษัท TAC ต้องจ่ายให้ภาครัฐมากกว่าเอไอเอส จำเลยย่อมทราบข้อมูลความแตกต่างการพิจารณาการขอลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของเอไอเอสเป็นอย่างดีแล้ว แต่มิได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเสนอให้ ทศททราบถึงความแตกต่าง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 จากการที่จำเลยลงนามข้อตกลงครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอส เป็นผลให้ผู้ร้องสูญเสียรายได้ คิดเป็นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ย 75 ต่อปี รวมเป็นเงิน 93,710,927,98184 บาท โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ซึ่งภายหลังศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของบริษัททีโอที ผู้ร้อง อย่างไรก็ตาม นายอำนาจ พวงชมภู อธิบดีศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในขณะนั้น ได้ทำความเห็นแย้งโดยเห็นควรให้ลงโทษจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเจตนาให้ AIS ได้ประโยชน์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงทางไต่สวนพยานโจทก์จำเลยและผู้ร้องประกอบรายงาน ปปชเรื่องการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 6 เพื่อลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายแก่เอไอเอส ในชั้นนี้ฟังได้ว่า ทศท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และคณะกรรมการ ทศท มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้อำนวยการ ทศท ต่อมาจำเลยแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับหลักลงวันที่ 27 มีค2533) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 15 พค2544 ปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้าแก่เอไอเอส ซึ่งตามสัญญาหลักเอไอเอสต้องจ่ายภาษีในปีที่ 1-5 อัตราร้อยละ 15, ปีที่ 6-10 อัตราร้อยละ 20, ปีที่ 11-15 อัตราร้อยละ 25 และปีที่ 16-20 อัตราร้อยละ 30 เป็นอัตราก้าวหน้าแก่ ทศท ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ทศท ครั้งที่ 5/2544 เมื่อวันที่ 12 เมย2544 จำเลยเข้าร่วมประชุมและพิจารณามีความเห็นกรณีบริษัทเอไอเอสขอลดส่วนแบ่งรายได้จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว ทศทและประชาชนน่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง จึงมีมติเห็นชอบที่ ทศทจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร โดยมีเงื่อนไขให้ ทศทเจรจากับเอไอเอสให้ได้ข้อยุติเรื่องการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ ทศทเป็นรายเดือน และนำผลประโยชน์ที่เอไอเอสได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ให้บริการพร้อมให้กำหนดเงื่อนไขไว้ในท้ายสัญญา โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการ ทศทลงนามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 กับบริษัทเอไอเอสมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิย2544 ว่าให้เอไอเอสแบ่งส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ 20 ของมูลค่าหน้าบัตร ซึ่งศาลฎีกาฯ เคยวินิจฉัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของราชการ และทำให้ ทศทเสียหาย อีกทั้งการแก้ไขสัญญาในครั้งนั้นอัตราส่วนแบ่งรายได้แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ควรเป็นไปตามสัญญาหลัก เนื่องจากการกำหนดส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายแก่คู่สัญญาภาครัฐในแบบอัตราก้าวหน้าหรือขั้นบันได เป็นการกำหนดอัตราที่มีความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐผู้ให้สัญญา เพราะได้กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐผู้ให้สัญญาตามสัดส่วนของรายได้ ศาลเห็นว่า หลังจากจำเลยลงนามในสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ครั้งที่ 6 ให้แก่บริษัทเอไอเอส ในการประชุม ทศทครั้งที่ 8/2544 จำเลยกลับรายงานต่อที่ประชุมว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทำร่างข้อตกลงต่อท้ายสัญญาครั้งที่ 6 ทั้งที่ความจริงจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงครั้งที่ 6 ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โดยมิได้กำหนดข้อตกลงให้มีการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเก็บเงินส่วนแบ่งรายได้ในโอกาสต่อไป อีกทั้งจำเลยทราบดีว่าการกำหนดอัตราค่าเชื่อมโยงแก่บริษัท TAC จากอัตราร้อยละ 200 บาท ต่อหมายเลข ต่อเดือน เป็นอัตราร้อยละ 18 ของราคาหน้าบัตร เป็นอัตราเชื่อมโยงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การลดอัตราตามที่เอไอเอสกล่าวอ้าง และ TAC ยังจ่ายผลตอบแทนให้ ทศทสูงกว่าที่เอไอเอสจ่าย แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยเจตนาจะให้เอไอเอสได้รับผลประโยชน์จากการลดส่วนแบ่ง และศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าข้อตกลงสัญญาฉบับที่ 6 ที่จำเลยลงนามเอื้อประโยชน์แก่เอไอเอสต้องชดใช้ 46 หมื่นล้าน ที่จำเลยอ้างว่าที่ประชุมไม่มีคำถาม จำเลยจึงไม่ต้องรายงานข้อเท็จจริง นอกจากเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โดยตำแหน่งที่จำเลยดำรงอยู่นั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร สมควรแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียขององค์กรให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบ บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยในการลงนามสัญญาครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทศทได้รับส่วนแบ่งน้อยลง การกระทำที่มุ่งให้เอไอเอสได้ประโยชน์ เป็นการกระทำโดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 เมื่อการกระทำจำเลยเป็นความผิดอันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ปรับบทมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบททั่วไป ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนจำเลยต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัททีโอทีหรือไม่ เห็นว่าแม้ทีโอทีจะไม่ได้อุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งก็ตาม แต่ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ตามมาตรา 44/1 เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงถือว่าคำร้องดังกล่าวได้อุทธรณ์ด้วยทำนองเดียวกัน และเมื่อข้อเท็จจริงส่วนอาญาฟังว่าจำเลยใช้อำนาจในทางทุจริต จำเลยต้องรับผิดชอบใช้เงินแก่ทีโอที โดยบริษัททีโอทีได้คำนวณค่าเสียหายที่ต้องขาดรายได้จากเงินส่วนแบ่งตลอดอายุสัญญาแต่ละช่วงเป็นต้นเงิน 66,060,686,73594 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดนำมาไต่สวนเป็นอย่างอื่น แต่ข้อเท็จจริงแม้เชื่อได้ว่าบริษัททีโอทีได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติลดอัตราส่วนแบ่งรายได้แก่เอไอเอสเป็นมติคณะกรรมการฯ จำเลยไม่ได้พิจารณาแต่เพียงลำพัง หากจำเลยต้องรับผิดเต็มจำนวนความเสียหายคงไม่เป็นธรรม จึงสมควรให้จำเลยรับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของต้นเงิน 33,030,343,36797 นับตั้งแต่วันที่ 4 กค2559 ซึ่งเป็นวันที่บริษัททีโอทียื่นคำร้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) จำคุก 9 ปี พยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี และให้จำเลยชำระเงิน 46,855,463,99092 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 75 ต่อปี ของเงินต้น 33,030,343,36797 บาท นับตั้งแต่วันที่ 4 กค 2559 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 8 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล【อ่านข้อความเต็ม】
h8d | 2021-04-18 | อ่าน(673) | แสดงความคิดเห็น(873)
ครมอนุมัติงบประมาณอัดฉีดหมู่บ้านละ 2 แสน ดันโครงการ ไทยนิยม กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมไพเขียวอีกกว่าพันล้าน หลังกระทรวงเกษตรฯ ขอขยายโคงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครมเห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในคู่มือการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน (เมย-กค61) มีเป้าหมาย 82,371 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณ หมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเงิน 16,47420 ล้านบาท นายณัฐพรกล่าวว่า สาระสำคัญคือ จำนวนโครงการในแต่ละหมู่บ้านไม่เกิน 2 โครงการ ให้ดำเนินการเองหมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ลักษณะโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงจะต้องเป็นโครงการที่น้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และต้องเป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนด้วย อย่างไรก็ตาม จะต้องจ้างแรงงานในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณ และจะต้องดำเนินโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 กค2561 โดยห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชน และห้ามไปดำเนินการแจกจ่ายเป็นเงิน หรือสิ่งของให้กับประชาชนในครัวเรือนกู้ยืม พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รมวมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภาพรวมโครงการไทยนิยม ยั่งยืนว่า จากการพูดคุยส่วนใหญ่ประชาชนต้องการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน แต่การจะนำมาทำแผนงานโครงการต้องทบทวนอีกครั้ง โดยคาดว่างบประมาณจะได้ในเดือน เมยนี้ เวลานี้ก็ดูแผนงานที่ประชาชนต้องการและเกิดประโยชน์มากที่สุด ยืนยันว่าการพิจารณาแผนงานโครงการต่างๆ จะมีทั้งส่วนราชการ ภาคประชาชน สถานศึกษาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้โปร่งใสและประชาชนได้รับประโยชน์ที่สุด และภาพรวมการลงพื้นที่โครงการดังกล่าวถือว่าดี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะประมวลภาพรวมแล้วรายงานต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ว่า ครมมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอเสนอทบทวนมติ ครม เพื่อขอขยายเวลาโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งหลังนาปี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ กค2560 - มิย2561 มีหลักการให้เกษตรกรในพื้นที่ 31 จังหวัด ในภาคเหนือ กลาง อีสาน ตะวันตก และตะวันออก ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นดิน และน้ำไม่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะอุดหนุนให้ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ทั้งหมดจำนวน 7 แสนไร่ กระทรวงเกษตรฯ ขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการออกไป เนื่องจากปัจจุบันมีการดำเนินการได้ 6 แสนไร่ และขอปรับเปลี่ยนจังหวัดดำเนินโครงการ จาก จอุดรธานี และ จลพบุรี เปลี่ยนเป็น จหนองคาย และ จฉะเชิงเทรา เนื่องจากสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอใช้งบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางปี 2561 และมีงบดำเนินงาน 21 ล้านบาท พลทสรรเสริญกล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-04-21

บา คา ร่า เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์| kg88 บา คา ร่า| ลอตเตอรี่ 16 พฤษภาคม 63| สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 ธันวาคม 2562| ลอตเตอรี่ ออก งวด นี้| uf9ba บา คา ร่า| บีบ บา คา ร่า| ตรวจ ลอตเตอรี่ 63| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 ก ค 62| สลากกินแบ่ง รัฐบาล 30 ธันวาคม 2562| แฉ บา คา ร่า| ตรวจ สลาก วัน ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 มี นา| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด ประจำ วัน ที่ 1 ธันวาคม 2562| บา คา ร่า ตา ละ 5 บาท| เว็บ บา คา ร่า 77| ยิง ปลา pc| บา คา ร่า ต่าง ประเทศ| ที่ ตรวจ หวย| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด ประจำ วัน ที่ 16 กันยายน 2563| ตรวจ หวย งวด ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ วัน ที่ 1 กรกฎาคม 60| ตรวจ ลอตเตอรี่ 16 ตุลาคม 62| ลอตเตอรี่ สนุก| สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 กันยายน 2560| ต ร จ ว หวย วัน ที่ 1 กันยายน 2563| บา คารา 168| แซ ก ซี้ บา คารา 1688| 16 กุมภาพันธ์ 2563 ตรวจ หวย| เว็บ บา คา ร่า ไม่มี ขั้น ต่ํา| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 สิงหาคม 2563| เครดิต ฟรี ยิง ปลา ค่าย sg| ตรวจ ลอตเตอรี่ แบบ ตัวเลข| gclub88888 ฝาก| บา คา ร่า ts911| บา คา ร่า เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน| ต ตรวจ หวย 1 ก ค 62| ยิง ปลา lsm99| ลอตเตอรี่ 1 กุมภาพันธ์ 2562| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 6 กรกฎาคม 2563| ตรวจ หวย 17 ม ค| วอลเลย์บอล facebook| บา คา ร่า 800| ตรวจ สลากกินแบ่ง งวด วัน ที่| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 ตุลาคม 2563 กรอก ตัวเลข| บา คา ร่า 79| ข่าว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก วัน นี้| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 พฤศจิกายน 2563| สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 มีนาคม 2559| ตรวจ หวย งวด วัน ที่ 1 ส ค 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด วัน ที่ 1 ธันวาคม 62| ต ร จ ว หวย วัน ที่ 1 ธันวาคม 2562| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด วัน ที่ 16 พฤษภาคม 2563| ตรวจ หวย งวด วัน ที่ 1 เมษายน 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 เมษายน 63| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 ธ ค| ts911ep3| 12bet คา สิ โน สด| บา คา ร่า ufa678| ตรวจ ลอตเตอรี่ 17 มกราคม 2561| ผล หวย ลอตเตอรี่| ยู ฟ่า บา คา ร่า| ตรวจ หวย ออนไลน์ สด| ตรวจ ผล สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 มีนาคม 63| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด 1 เมษายน| ตรวจ ลอตเตอรี่ วัน ที่ 16 มีนาคม 2562| ผล ออก หวย งวด นี้| ผล สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 พ ย 2562| ตรวจ หวย lotto thaiza| แจ็ ค กี้ สยาม สปอร์ต| ตรวจ หวย งวด วัน ที่ 1 สิงหาคม 63| ตรวจ ลอตเตอรี่ เดือน กันยายน| ตรวจ สลาก วัน ที่ 1 เมษายน 2563| ลอตเตอรี่ ค่ะ| ตรวจ หวย 16 ก พ 63 กรอก ตัวเลข| ผล สลาก วัน ที่ 30 ธันวาคม 2562| ต วร จ ผล สลากกินแบ่ง 16 พฤศจิกายน 2562| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 ตุลาคม 62| ลอตเตอรี่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 สด| ยิง ปลา หาเงิน| ตรวจ หวย งวด 16 มิถุนายน 63| ตรวจ หวย 1 ม ค 2563| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 มิ ย 63| ตรวจ หวย 1 กันยายน 2563 ล่าสุด| ตรวจ ลอตเตอรี่ 16 พฤศจิกายน 2560| ต ร จ ว หวย วัน ที่ 1 2 63| บา คา ร่า ที่ เชื่อถือ ได้| ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด 16 สิงหาคม| จี้ คลับ| ตรวจ ลอตเตอรี่ 1 กันยายน 60 3| เว็บไซต์ บา คา ร่า| ใบ ตรวจ ลอตเตอรี่ ครับ| ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล วัน ที่ 16 ธันวาคม| ใบ ตรวจ ลอตเตอรี่ พิชิต ชัย|